ไอนุชนเผ่าที่เก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงพื้นเพหรือต้นกำเนิดของคนแต่ละชาติพันธุ์แต่ละพื้นที่บนโลกใบนี้ย่อมแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่เรื่องแปลกหากรูปร่างหน้าตาซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกของคนเราต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ คนในทวีปเอเชียจะมีผิวเหลือง ตัวเล็ก ขณะที่คนในทวีปยุโรปจะมีผิวขาว นัยน์ตาโต ร่างกายตัวใหญ่ ขณะที่คนในทวีปแอฟริกาจำนวนมากจะมีผิวดำคล้ำ หรือแม้แต่คนทวีปเดียวกันเองยังมีความแตกต่างกันให้เห็นเลย ซึ่งนั่นรวมไปถึงขนเผ่าที่มีชื่อว่า ไอนุ ชนเผ่าเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจรวมถึงยังนับได้ว่าเป็นชนเผ่าผู้มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอีกด้วย รู้จักกับชนเผ่าไอนุ ชนเผ่าเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ชนเผ่าไอนุหรือบางคนก็เรียกไอโนะ เป็นกลุ่มชนเผ่าหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นมีรากฐานต้นกำเนิดบนเกาะฮอกไกโด สำหรับชาวญี่ปุ่นจะเรียกคนชนเผ่าไอนุโดยไม่ได้มีการจำแนกว่าเป็นกลุ่ม...

i_nu

เมื่อพูดถึงพื้นเพหรือต้นกำเนิดของคนแต่ละชาติพันธุ์แต่ละพื้นที่บนโลกใบนี้ย่อมแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่เรื่องแปลกหากรูปร่างหน้าตาซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกของคนเราต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ คนในทวีปเอเชียจะมีผิวเหลือง ตัวเล็ก ขณะที่คนในทวีปยุโรปจะมีผิวขาว นัยน์ตาโต ร่างกายตัวใหญ่ ขณะที่คนในทวีปแอฟริกาจำนวนมากจะมีผิวดำคล้ำ หรือแม้แต่คนทวีปเดียวกันเองยังมีความแตกต่างกันให้เห็นเลย ซึ่งนั่นรวมไปถึงขนเผ่าที่มีชื่อว่า ไอนุ ชนเผ่าเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจรวมถึงยังนับได้ว่าเป็นชนเผ่าผู้มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอีกด้วย รู้จักกับชนเผ่าไอนุ ชนเผ่าเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ชนเผ่าไอนุหรือบางคนก็เรียกไอโนะ เป็นกลุ่มชนเผ่าหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นมีรากฐานต้นกำเนิดบนเกาะฮอกไกโด สำหรับชาวญี่ปุ่นจะเรียกคนชนเผ่าไอนุโดยไม่ได้มีการจำแนกว่าเป็นกลุ่ม อุตะริ ถือว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองบนเกาะแห่งนี้ที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน นักค้นคว้าผู้ได้ทำการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเผ่าไอนุเชื่อว่าชาวไอนุมีเชื้อสายคอเคซอย เข้าใจง่ายๆ ก็คือคนผิวขาว ลักษณะดังกล่าวคือการสืบเชื้อสายของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ซึ่งเราเห็นกันในปัจจุบันนี้ด้วย ทฤษฎีที่ว่ามาจากลักษณะด้านกายภาพของชาวไอนุซึ่งมีการผสมผสานระหว่างชาวยุโรปกับชาวเอเชียเอาไว้ แต่เมื่อได้มีการทดสอบผ่านดีเอ็นเอกลับพบว่าแท้จริงแล้วชาวไอนุไม่ได้มีเชื้อสายคอเคซอยต่างหาก นอกจากนี้มีรายงานบางแห่งระบุเอาไว้ว่าชาวไอนุอยู่อาศัยบนผืนดินของประเทศญี่ปุ่นมายาวนานกว่าชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยซ้ำ ตำนานบทหนึ่งของชาวไอนุได้กล่าวเอาไว้ว่า ชาวไอนุได้อยู่บนพื้นที่แห่งนี้มาหลายแสนปีก่อนที่บุตรแห่งพระอาทิตย์จะมา อย่างไรก็ตามมีหลายทฤษฎีว่าด้วยเรื่องถิ่นกำเนิดของชาวไอนุแต่ท้ายที่สุดแล้วความจริงในเรื่องดังกล่าวยังคงเป็นสิ่งคลุมเครือและหาคำตอบแน่ชัดไม่ได้ ไม่มีใครบอกได้แบบชัดเจนว่าแท้จริงแล้วชาวไอนุมาจากแห่งหนใด เข้ามาอยู่อาศัยบริเวณเกาะฮอกไกโดตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือมีการสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์ใดกันแน่ ทุกวันนี้ชาวไอนุจัดได้ว่าเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีความยากจนสูงมากในญี่ปุ่น มีเพียง 17% เท่านั้นสามารถศึกษาจบในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งอีกครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวเท่านั้นที่จบมหาวิทยาลัยระดับประเทศ ซึ่งรัฐบาลของญี่ปุ่นได้มีการรับรองให้ชาวไอนุถือเป็นชนพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2551 ด้วย  

Read more
Hoggaidow__

ฮอกไกโดเป็นอีกสถานที่จุดหมายปลายทางของการเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อชมความสวยงามของธรรมชาติ ทานปูอลาสกาให้หนำใจ แต่การจะเดินทางมายังเกาะซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นโดยไม่มีการไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามต่างๆ เลยมันก็ดูกะไรอยู่ ดังนั้นหากใครมีโอกาสได้เดินทางมายังเมืองแห่งนี้แนะนำเลยว่าควรมีโอกาสไปยังสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งกำลังจะแนะนำรับรองว่าสวยงาม คุ้มค่า ประทับใจแน่นอน แหล่งท่องเที่ยวฮอกไกโดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ จุดชมวิวภูเขาฮาโกดาเตะ – ตั้งอยู่ที่เมืองฮาโกดาเตะได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดชมวิว 1 ใน 3 ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น พอขึ้นมาบนเขาฮาโกดาเตะราว 334 เมตร จะพบเจอกับวิวมุมกว้างของชุมชนพื้นที่แห่งนี้โอบล้อมด้วยภูเขา ทะเล เรียกว่าสวยงามสุดๆ จะมากลางวันหรือกลางคืนก็สวยคนละแบบได้อีกอารมณ์ ทุ่งดอกไม้ฟูราโน่ – ตั้งอยู่ที่เมืองฟูราโน่ เป็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ปลูกในฮอกไกโดมายาวนานกว่า 50 ปี ทุ่งดอกไม้เหล่านี้จะมีกระจายเต็มเมืองไปหมด ซึ่งช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์จะบานอวดโฉมให้ได้ชมความงามก็คือช่วงราวเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของที่นี่ แต่ถ้าหมดเดือนนี้ก็ยังมีอีกหลายดอกไม้ให้ได้ชมกัน เช่น ดอกลูปิน ดอกป๊อปปี้ ช่วงเดือนมิถุนายน ดอกลิลลี่ ต้นกรกฎาคม เป็นต้น ธารน้ำแข็งอะบาชิริ – ตั้งอยู่ที่เมืองอะบาชิริ นี่คือธารน้ำแข็งสุดพิเศษหากใครมายังฮอกไกโดควรมีโอกาสได้สัมผัสสักครั้ง เพราะปกติธารน้ำแข็งมักเกิดขึ้นแค่บริเวณมหาสมุทรอาร์กติก แต่จะให้เร้าใจกว่านี้มันต้องนั่งเรือออกไปชมความงดงามบวกกับความน่าตื่นเต้นได้ชมวิวจากกลางทะเล ปกติแล้วจะมีเรือให้บริการ 4-5 รอบต่อวัน แต่ควรตรวจสอบเวลาให้ดีก่อนเดินทางมา หุบเขานรกจิโงคุดานิ – ตั้งอยู่ที่เมืองโนโบริเบทสุ เนื่องจากว่ามีแร่กำมะถันเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำร้อนที่ไหลตามลำธาร […]

Read more