แหล่งท่องเที่ยวที่น่าหลงใหลอีกหนึ่งสิ่งของประเทศญี่ปุ่นหมู่บ้านไอนุ

หมู่บ้านไอนุ

หมู่บ้านไอนุ

การท่องเที่ยวไทยสนับสนุนให้มีการเที่ยวในไทย แหล่งท่องเที่ยวในไทยนั้นมีมากมายครับ ชาวต่างต่างล้วนมาเที่ยวเมืองไทยกันไม่เว้นแต่ละปี สูงถึงหลักแสนคน นำเงินเข้ามาสู่ประเทศสูงถึง หนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี และทำให้แหล่งท่องเที่ยวในไทยเปิดกว้างมากขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวเมืองไทยมากครับ สถานที่ที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์แบบ ธรรมชาติโอบอ้อมอยู่รอบๆตัวเอา ทะเลสวยจนเห็นตัวปลา คงไม่มีที่ไหนที่จะงดงามเท่าที่บ้านเรา ในแถบเอเชียประเทศที่น่าเที่ยวส่วนมากที่มักจะนิยมไป ก็คือญี่ปุ่น เพราะผู้หญิงน่ารัก เอ๊ะ!! เพราะบ้านเมืองของเขาสะอาด เศรษฐกิจดี อากาศเย็นสบายมากกว่าทุกประเทศในแถบเอเชีย

ไอนุ

ประเทศญี่ปุ่น เราคงจะรู้จักกันดีว่าเป็นประเทศแห่งความเจริญ น่าอยู่ เป็นหมู่เกาะเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยประชากรที่มีสุขภาพที่ดี คนญี่ปุ่นมักอายุยืนมากกว่าประเทศอื่นในโลก มีสถิติผู้สูงอายุมากที่สุด เพราะอาหารการกินที่มีประโยชน์ เช่น ชอบทานปลา ปลาที่หาได้จากทะเลที่อยู่รอบๆประเทศ อากาศที่ชมชื่น ทำให้ผู้สูงอายุมากขึ้นในปัจจุบัน กลับกลายเป็นเด็กที่มีน้อยขึ้นทุกวันๆ เพราะส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีลูก หรือมีลูกยากนั่นเอง เพราะส่วนใหญ่จะชอบการทำงานมากกว่า แหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นต้องบอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ภูเขาฟูจิครับ เป็นภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมักจะอยากเข้าไปเห็นใกล้ๆ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเสมอไปที่จะเห็นนะครับ ที่นั่นมีทั้งหมอก ทั้งควันของภูเขาไฟ ทำให้การมองเห็นนั้นยาก บางครั้งเราไป อาจจะโชคดีได้เห็นภูเขาฟูจิก็ได้นะครับ รอบๆบริเวณนั้นจะมีหมู่บ้านที่ต้องไปให้ได้คือ หมู่บ้านของเผ่าไอนุ ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมสมัยดั้งเดิมของญี่ปุ่น ว่าญี่ปุ่นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร การละเล่นของเผ่าเป็นแบบไหน การกินอยู่เป็นอย่างไร ผมอยากให้ท่านได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศที่แท้จริงของประเทศนี้ หากท่านใดมีโอกาส หรืออยากได้อัตรสแบบใหม่ต้องลองไปให้ได้ครับ

พาเที่ยวญี่ปุ่นและชมการแสดงของเผ่าไอนุชนเผ่าดั้งเดิมของญี่ปุ่น

osaka_dotonbori

ในโลกมนุษย์ของเรานั้นยังมีสิ่งที่เราทุกคนยังไม่รู้ หากเราไม่เคยที่จะออกไปสัมผัสกับมันอย่างแท้จริง การทำงานได้เงินมา และนำเงินที่คุณได้มาเก็บสะสมไว้ และหากซักวันคุณไม่ได้ใช้ละ จะเกิดอะไรขึ้น วันนี้ขอแนะนำแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวของต่างประเทศกันนะครับว่ามีสิ่งน่าสนใจอะไรบ้างเผื่อท่านที่กำลังอยากจะออกเดินทางและกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่อยู่ในแถบเอเชียของเราที่วัฒนธรรมไม่เหมือนชาติอื่นและน่าอยู่มาก

ผมออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ เพื่อบินไปยังญี่ปุ่น ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงในการเดินทาง พอไปถึงที่หมายก็จัดแจงหาห้องพักและสถานที่ หลังจากนั้นได้ไปเที่ยวในสถานที่ตัวเมืองอย่าง โตเกียว ที่มีแต่ความทันสมัยของประเทศนี้ ความทันสมัยของประเทศญี่ปุ่นนั้น ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยนะครับ ประเทศนี้ใส่ใจในทุกๆรายละเอียดของทุกสิ่งอย่าง ใส่ใจแม้กระทั้ง ไม้เสียบลูกชิ้น คนญี่ปุ่นใช้ไม้ไผ่มาเสียบลูกชิ้นและใช้ผ้าหรือกระดาษพับรอบที่จับ เพื่อไม่ให้มือของเรานั้นต้องเปื้อน ออกแบบอย่างสวยงาม สิ่งที่พูดมานี่ ยกตัวอย่างให้เห็นกันว่าขนาดสิ่งของที่เล็กๆน้อยๆพวกเขาใส่ใจกันหมด

photo

หลังจากตัวเมือง เรามุ่งหน้าไปสู่เมืองเป้าหมายของเราคือ ฮอกไกโด เป็นเมืองอยู่ฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นมีความน่าสนใจตรงที่ เป็นเมืองย้อนยุค การแต่งตัวจะเป็นสไตล์ของกิมโมโน และรองเท้าก็จะใส่รองเท้าเกี๊ยะ ซึ่งเมืองนี้จะอนุรักษ์ความเป็นมาของญี่ปุ่นไว้อย่างมั่นคง ส่วนการแสดงที่ต้องยกให้เมืองนี้ก็คือ การแสดงของชนเผ่าไอนุ เป็นชนเผ่าที่ก่อกำเนิดมาตั้งแต่ยุคญี่ปุ่นยังไม่ได้สร้างประเทศขึ้นมา เรียกง่ายๆก็คือ บรรพบุรุษ ของพวกเขานั่นเอง มีการแสดงการละเล่นแบบดั้งเดิม การอยู่การกิน และพวกเสื้อผ้าเครื่องใช้ในสมัยก่อน สวยงานและเพลิดเพริน อยากให้ทุกคนได้มารับรู้ถึงความสุขที่พบได้จริง อยากให้ออกมาเที่ยวเปิดหูเปิดตา อย่าจมปักหาเงินไปตลอด บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้ใช้มัน

ชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นชนเผ่าไอนุแห่งเกาะฮอกไกโด

inuชนเผ่าไอนุในปัจจุบันตอนนี้มีประชากร 25,000 – 200,000 ในประเทศญี่ปุ่น และอยู่ที่ประเทศรัสเซีย 100 – 1,000 คน เมื่อในปี 2008 ชาวไอนุได้รับการยอมรับจากรัฐบาลญี่ปุ่นแล้วว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองของชาวอาทิตย์อุทัย แต่ในปัจจบันชาวไอนุก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากคนญี่ปุ่นอยู่ดี เนื่องจากความเจริญในด้านเทคโนโลยีที่มีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วชาวไอนุเลยไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่เพราะกระแสเทคโนโลยีมีความสำคัญกว่า แต่เมื่อไม่นานมานี้ชาวไอนุก็เริ่มที่จะมีจุดเด่น และป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เพราะพวกเขาใช้ความแตกต่างที่พวกเขามีในหลายๆ ด้านมาโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นคือการเปิดหมู่บ้านไอนุที่เมืองชิราโออิในจังหวัดฮอกไกโดมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งมีการแสดงต่างๆ มากมายอย่างเช่น วิถีชีวิต การกิน อาหาร ความเป็นอยู่ โดยสายเลือดของชาวไอนุอย่างแท้จริง แล้วที่สำคัญคือมีการทอผ้าลายสวยงามเหมือนภาคเหนือของเราด้วยครับ

หลายคนคงสงสัยว่าชนเผ่าไอนุมีการสื่อสารโดยใช้ภาษาใดก็คือ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นชาวไอนุด้วยกันเขาจะพูดภาษาไอนุครับแต่ที่แปลกคือภาษาไอนุนั้นจะไม่มีภาษาเขียนครับ แต่ในปัจจุบันเมื่อชาวไอนุได้การยอมรับจากรัฐบาลแล้วจึงส่งผลให้ชาวไอนุส่วนใหญ่จะไม่ใช้ภาษาไอนุกันแล้วส่วนใหญ่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นกันครับ แต่ถ้าเกิดเป็นพวกชาวไอนุที่ติดกับปะเทศรัศเซียก็จะใช้ภาษารัสเซียแทนครับแต่ถ้ามใครอยากได้ยินภาษาไอนุก็ต้องไปที่เมืองซัปโปโรครับ หากใครได้ไปประเทศญี่ปุ่นผมอยากจะแนะนำให้ไปหมู่บ้านไอนุไปเยี่ยมชมกันดูนะครับเพราะว่าถือว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่เก่าของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยได้เห็นกันมากนัก

ชนเผ่าที่เก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณ

olderyiny

อยากที่หลายคนรู้กันนะครับว่าในแต่ละประเทศต่างก็มีชนเผ่าโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลวันนี้ผมจะมาพูดถึงชนเผ่าที่มีมาตั้งแต่ในอดีตแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ก็คือ ชนเผ่า ไอนุ ครับ ชนเผ่าไอนุนั้นเป็นชนเผ่าที่เก่าแก่มากของประเทศญี่ปุ่นมีมาก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจะเจริญรุ่งเรืองเหมือนในปัจจุบันครับ ชนเผ่าไอนุเป็นเผ่าพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นอยู่ทางแถบตอนเหนือของจังหวัดฮอกไกโด และอยู่แถวเกาะตะวันออกติดๆ กับรัสเซีย มีลักษณะหน้าตา และการแต่งตัวจะไม่เหมือนกับคนญี่ปุ่นทั่วไป เพราะร่างกายของพวกเขาจะมีรูปร่างใหญ่กว่าคนญี่ปุ่นทั่วไป ชนเผ่าไอนุสมัยก่อนเคยจัดเป็นชาวมองโกลอยด์ แต่เคยมีผู้เชี่ยวชาญนำ dna ของพวกเขาไปตรวจแล้วกับพบว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเลยจัดให้เขาเป็นชาวออสตราลอยด์ตอนเหนือแทน แต่เมื่อก่อนชาวไอนุก็เคยถูกคนในประเทศญี่ปุ่นกรีดกันไม่นับว่าเป็นคนชาติญี่ปุ่นเนื่องจากรูปร่างหน้าตาแต่ต่างกับคนญี่ปุ่นทั่วไปชาวไอนุได้ถูกนำไปเป็นไปใช้งานในเทศกาลต่างๆ อย่างไปเป็นยักษ์ในเทศกาลปาถั่ว หรือถูกนำไปใช้แรงงานบ้างเป็นเรื่องที่น่าสงสารมาก แต่เมื่อไม่นานมานี้เองในปี 2008 ได้มีชาวไอนุเดินมาประท้วงในประเทศญี่ปุ่นให้พวกเขาได้การยอมรับจากคนญี่ปุ่นว่าพวกเขาก็เป็นญี่ปุ่น แล้วก็ทำสำเร็จทางรัฐบาลก็ได้ยอมรับว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่มีศาสนา และภาษาเป็นของตนเอง

ในปัจจุบันชนเผ่าไอนุก็ได้เป็นที่ยอมรับของคนญี่ปุ่นแล้วยังมีหมู่บ้านของชนเผ่าไอนุเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่น และชาวต่างชาติเข้าชม ในเมืองชิราโออิ จังหวัด ฮอกไกโด จะมีการจัดแสดงพื้นบ้านย่อยๆ ให้ได้รับชมกันอย่างเครื่องใช้ อาหาร วิถีการใช้ชีวิต โดยนักแสดงจะเป็น ลูกๆ หลานๆ ชนเผ่าไอนุเอง

ชนเผ่าไอนุ อดีตจนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ainu-8

     ในปัจจุบัน “ชนเผ่าไอนุ” มีประชากรอยู่ที่ 25,000-200,000 อาศัยอยู่ญี่ปุ่นประมาณ 500 คน และฝั่งตะวันออกของประเทศรัสเซีย 100,000 คน ในปัจจุบัน ชนเผ่าไอนุ ได้มีการยอมรับจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากทางภาครัฐมากซักเท่าไร ด้วยวิวัฒนาของประเทศญี่ปุ่นมีการเจริญเติบโตที่ไว บางครั้งบางก็หลงลืมคิดไปว่าชนเผ่าเล็กๆคือส่วนหนึ่งของคนญี่ปุ่น เวลาที่เนิ่นนานอาจจะทำให้โลกไม่ได้จดจำอะไรมากนักเกี่ยวกับประวัติหรือความเป็นมาของชนเผ่านี้ จนกลายมาเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นนั้นใช้คำว่าลืมกับ “ชนเผ่าไอนุ”

ainu-10

และในปัจจุบันได้มีการรำลึกถึงชนเผ่าไอนุขึ้นโดยจัดสถานที่จำลองให้ชนเผ่าได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยสร้างที่อยู่ที่คล้ายของจริงมากที่สุดขึ้นมา เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาที่ไปที่มาของชนเผ่า ไอนุ อย่างแท้จริง การละเล่นของชนเผ่าที่ไม่เหมือนใคร จะแสดงโชว์อยู่ที่เมือง ซิราโออิ จังหวัด ฮอกไกโด ของประเทศญี่ปุ่น วัฒนธรรมของชนเผ่า ภาษาที่ใช้กันในหมู่มาก และภาษาที่ใช้ในการเจรจาต่อผู้คนทั่วไป ว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ainu-shirt

เครื่องแต่งการของชนเผ่าไอนุที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

     เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย เป็นสิ่งสำคัญต่อชนเผ่าไอนุมาก จะเน้นในเรื่องการถักทอซะเป็นส่วนใหญ่ โดยนำต้นไม้ หรือใบไม้ที่มีความเหนียวมาทักทอให้เป็นเสื้อผ้า สาเหตุที่เสื้อผ้าหรือชุดแต่งกาย ถูกสร้างขึ้นมาจากสิ่งที่มนุษย์นั้นมองข้ามอย่าง ต้นไม้ และใบไม้นั้น ประโยชน์ของใบไม้ คือสร้างความอบอุ่นได้ดีกว่าใยสังเคราะห์ ส่วนต้นไม้ เช่นเถาวัลย์ ใช้เพื่อการเย็บหรือถักทอเพราะต้นไม้ที่ชนเผ่านำมาทำชุดนั้น มีความเหนียวมากกว่าด้ายของเราถึง 20 เท่า และใน 1 ชุด สามารถนำมาใช้สอยได้ถึง 5 ปีขึ้นไป จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ที่ต้องการจะศึกษาชีวิตของชนเผ่าไอนุ

ainu11

 

ไอนุ ชนเผ่าที่สร้างประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ainu-1

ชาวไอนุ หรือ ไอโนะ ซึ่งมีความหมายแปลว่า มนุษย์ เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่แถบๆ ฮอกไกโด ของประเทศ ญี่ปุ่น และฝั่งตะวันออกของประเทศรัสเซีย การแต่งตัวจะไม่เหมือนชาวญี่ปุ่นมากนัก เพราะเป็นการผสมผสานในรูปแบบของรัสเซียและ มองโกเลีย

ainu-2

ชาวไอนุ จะมีรูปร่างลักษณะที่ใหญ่กว่าคนญี่ปุ่นมาก และมีขนที่ดกกว่า หน้าตาจะออกไปทางแถบปมองโกลอยด์ ครับ แต่หากตรวจ DNA แล้วละก็ จะมีกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ฝั่งของประเทศ ออสเตรเลียซะเป็นส่วนใหญ่ ในสมัยก่อนนั้น ชาวไอนุ ซึ่งเคยพูดกับคนที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่นว่า กลุ่มของพวกเขานั้นได้มาอาศัยอยู่ก่อนชาวญี่ปุ่นซะอีก แต่กลับกลายเป็นว่า ชาวญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ให้ความเคารพต่อพวกเขาเลยแม้แต่น้อย แถมยังอยากที่จะขับไล่พวกเขาเสียอีก ย้อนกลับไปเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ประเทศไทยของเรานั้นยังได้มีการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือซื้อขายกับ ชนเผ่าไอนุ มาแล้วนะครับ สินค้าที่เราเคยได้ซื้อขายกันก็คือจำพวก โอ่ง ไห อะไรแบบนั้นส่วนการละเล่นสมัยก่อนนั้น ก็คล้ายกับการเดินกะลาแบบชาวไทยสมัยก่อนอีกด้วย

ainu-museum

กลุ่มชาว ไอนุ ที่เคยถูก ชาวญี่ปุ่นขับไล่

เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยประเทศญี่ปุ่นยังไม่รุ่งเรือง ชาวญี่ปุ่น เป็นชาวที่ไม่ชอบความแตกต่าง อย่างเช่น ชาวไอนุ ที่มีลักษณะการแต่งกายที่ไม่เหมือนคนญี่ปุ่น รูปร่างหน้าตา การพูด หรือวัฒนธรรม จึงทำให้เกิดการลังเลที่จะอยู่ใกล้กับชนเผ่าไอนุ และเกิดการขับไล่ หรือต่อต้านจากคนญี่ปุ่น จึงทำให้ต้องลี้ภัยออกจากเมืองเข้าไปอยู่ในป่าอย่างไม่เป็นธรรมแต่ก็ยังมีคนที่ยอมรับและให้เหตุผลที่พวกเขาต้องอยู่ต่อ ได้ออกมาประท้วงรัฐบาลให้สิทธิและเสรีแก่ชนเผ่าไอนุ และในปี 2008 รัฐบาลได้ยอมรับเงื่อนไขและอนุญาตให้ ชนเผ่าดังกล่าว ได้เข้ามาใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างเสรี

ainu-museum

ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์โปโรโทโคทัน หมู่บ้านไอนุ

Porotokotan Museum

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ สำหรับพิพิธภัณฑ์โปโรโทโคทัน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านไอนุ ของประเทศญี่ปุ่น จัดแสดงถึงความเป็นมาของคนพื้นเมืองในหมู่บ้านไอนุ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โดยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เรียกว่า Porotokotan คือ ภาษาของคนในชนเผ่าไอนุ เป็นหมู่บ้านที่ต้องอยู่ริมทะเลสาบ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ โดยจะจำลองหมู่บ้านบริการใกล้เคียงกัน 5 แห่ง ตั้งบริเวณแนวชายฝั่งทะเลสาบ โพโรโตะ ( Poroto )  สวยงาม น่าเที่ยวมากๆ

 museum

พิพิธภัณฑ์โปโรโทโคทัน ( Porotokotan Museum ) ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเป็นมาอันยาวนาน ได้รับความนิยมจากผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมมากทุกวัน ทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ บ้านแต่ละหลังที่จัดแสดงมีความแตกต่างกันพอสมควร ทั่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าไอนุ ซึ่งจะมีการจำลองพิธีกรรมต่างๆ ทุกชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและรับรู้ถึงคนในอดีตอย่างชัดเจน เช่น การเต้นรำ การละเล่น และชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละวัน เป็นต้น

 Carvings

งานแกะสลักและศิลปะที่จัดแสดงมีความสวยงาม จะมีให้เยี่ยมชมทุกอย่าง โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  หากต้องการเข้าไปสัมผัสกับหมู่บ้านไอนุ บนเกาะฮอกไกโด สถานที่อันดับต้นๆ ที่คุณต้องสัมผัสด้วยตนเอง ร่วมกิจกรรมมากมาย รับรองว่า จะต้องประทับใจทุกคนอย่างแน่นอน

Food

อาหารพื้นบ้านที่น่ากิน ซึ่งทาง พิพิธภัณฑ์โปโรโทโคทัน หมู่บ้านไอนุ จะมีต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ชมงานเย็บปักถักร้อย วิถีแห่งชาวไอนุที่สมบูรณ์แบที่สุด เข้าถึงวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง ที่อาศัยอยู่ริมเกาะทะเลสาบทุกชนเผ่า นอกจากนี้ ยังสามารถพบกับพืชพันธ์นานานาชนิดที่มีความสวยงาม และไม่เหมือนที่ไหน

ติดตามแผนที่ท่องเที่ยวบนเกาะฮอกไกโด และซื้อของฝากกลับบ้าน โดยจะมีร้านจำหน่ายมากมายในสถานที่ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีราคาที่ไม่แพงมากนัก ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และอื่นๆอีกมากมาย